โยเกิร์ต คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพและวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ

โยเกิร์ต เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากนมที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่เพียงแต่อร่อยและทานง่าย แต่ยังอุดมไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ หรือที่เรียกว่า Probiotics ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพโดยรวม ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ โยเกิร์ต Probiotics พร้อมแนะนำวิธีเลือกโยเกิร์ตที่ดีต่อสุขภาพ และช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการบริโภค Probiotics ในโยเกิร์ตคืออะไร? Probiotics คือจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย โยเกิร์ตที่มี Probiotics จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพลำไส้และระบบทางเดินอาหาร ประโยชน์ของโยเกิร์ต Probiotics 1. ช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร จุลินทรีย์ที่อยู่ในโยเกิร์ตช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดอาการท้องผูก ท้องอืด และช่วยป้องกันลำไส้แปรปรวน 2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน Probiotics ในโยเกิร์ตช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการติดเชื้อ และช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น 3. ควบคุมน้ำหนักและช่วยลดไขมันสะสม โยเกิร์ตไม่มีน้ำตาล และ โยเกิร์ตไขมันต่ำ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากช่วยลดปริมาณพลังงานที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน 4. ช่วยบำรุงผิวพรรณ Probiotics ในโยเกิร์ตช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้น ลดสิว และช่วยให้ผิวแข็งแรงจากภายใน 5. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและเบาหวาน โยเกิร์ตที่มีน้ำตาลต่ำช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทContinue reading “โยเกิร์ต คุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพและวิธีเลือกให้เหมาะกับคุณ”

มาทำความรู้จัก ถั่วลันเตาจิ๋วแต่แจ๋ว กับพลังแห่งพรีไบโอติกและโปรตีน

ถั่วลันเตา พืชเมล็ดเขียวหนึ่งในตระกูล Leguminosae หรือตระกูลถั่ว (เว็บไซต์องค์ความรู้เพื่อพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน,  2558) ที่หลายคนอาจเคยเห็นหรือเคยทานกัน รู้หรือไม่ว่าแท้จริงถั่วลั่นเตานั้นไม่เพียงมีรสชาติหวานอร่อย แต่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ถือได้ว่าเป็นแหล่งของสารอาหารที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ อยากรู้หรือไม่ว่า ถั่วลันเตาเมล็ดจิ๋วแต่แจ๋วมีสารอาหารอะไรที่หลายๆคนยังไม่รู้ซ่อนอยู่บ้าง มาเริ่มทำความรู้จักกับสารอาหารในถั่วชนิดนี้กัน คุณค่าทางสารอาหารของถั่วลันเตา ถั่วลันเตาเป็นพืชที่มีคุณค่าทางสารอาหารที่สูงซึ่งประกอบด้วยโปรตีนสูงถึง 5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม และใยอาหาร 5.1 กรัม (เว็บไซต์calforlife, 2558) 1.เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ มีแหล่งโปรตีนที่สำคัญซึ่งช่วยในการทำงานของกระดูก ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจถือได้ว่าถั่วลันเตาเป็นโปรตีนทางเลือกของคนไม่ทานเนื้อสัตว์ และยังมีแคลอรี่ต่ำเพียง 80 กิโลแคลอรีในปริมาณ 100 กรัม (เว็บไซต์calforlife, 2558)   ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่ในถั่วลันเตาจะไม่มีกรดอะมิโนเมไทโอนีนเนื่องจากกรดอะมิโนชนิดนี้จะพบได้ในประเภทเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากนม (เว็บไซต์POBPAD,  2565) 2.มีไฟเบอร์และพรีไบโอติก นอกจากนี้ถั่วลันเตายังมีไฟเบอร์ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร รวมทั้งพรีไบโอติกจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงและเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีเป็นประโยชน์แก่ลำไส้ของเรา ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากรับประทานเป็นประจำจะช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ได้ และสารอาหารอื่นๆอีกมากมายอย่างสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุ (เว็บไซต์POBPAD,  2565 ;  เว็บไซต์Yes Peas, 2566)Continue reading “มาทำความรู้จัก ถั่วลันเตาจิ๋วแต่แจ๋ว กับพลังแห่งพรีไบโอติกและโปรตีน”

ข้าวโอ๊ตและพรีไบโอติกส์ อาหารเพื่อสุขภาพที่คุณอาจยังรู้จักไม่ดีพอ

  เมื่อพูดถึง “ข้าวโอ๊ต” หลายคนอาจนึกถึงอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ แต่รู้หรือไม่ว่าข้าวโอ๊ตไม่ใช่แค่แหล่งของไฟเบอร์เท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติเป็น “พรีไบโอติกส์” ที่ช่วยเสริมจุลินทรีย์ดีในลำไส้อีกด้วย วันนี้จะพามารู้จักกับข้าวโอ๊ตให้มากขึ้น ข้าวโอ๊ตเต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ บีตากลูแคน (Beta-Glucan) เป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเลือด และเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน  โพลีฟีนอล (Polyphenols) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ อะเวนานทราไมด์ (Avenanthramides) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเฉพาะตัวของข้าวโอ๊ตที่ช่วยลดการอักเสบและบำรุงผิว  (วานิสสา อัศวศิริโรจน์,2565) ข้าวโอ๊ตกับพรีไบโอติกส์ (Oats Prebiotics) เกี่ยวกันยังไง? พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ข้าวโอ๊ตถือเป็นแหล่งของพรีไบโอติกส์ที่ดี เพราะไฟเบอร์จากข้าวโอ๊ตโดยเฉพาะบีตากลูแคน ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดดี เช่น Bifidobacteria และ Lactobacillus ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น  (Jonathan Jacobs,2023) ใช้ข้าวโอ๊ตยังไงให้เกิดประโยชน์ ข้าวโอ๊ตถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะจะนำมาเป็นอาหารเช้ามื้อคุณภาพ ซึ่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) แนะนำให้รับประทานข้าวโอ๊ตอย่างน้อยวันละ 3 กรัมต่อวัน แน่นอนว่าสามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย เช่น ข้าวโอ๊ตปรุงสุกกับน้ำเปล่า ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะจะให้พลังงานประมาณ 10 kcal  ในขณะที่ข้าวโอ๊ตอบแห้งจะให้พลังงานอยู่ที่Continue reading “ข้าวโอ๊ตและพรีไบโอติกส์ อาหารเพื่อสุขภาพที่คุณอาจยังรู้จักไม่ดีพอ”

ชาเขียวมัทฉะ: ประโยชน์และความแตกต่างจากชาเขียวทั่วไป

ชาเขียวมัทฉะเป็นชาเขียวที่บดละเอียดจากใบชาที่ไม่ได้ผ่านการหมัก ซึ่งมีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมทั้งคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงกว่าชาเขียวปกติ โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนมากขึ้น ชาประเภทต่าง ๆ ได้แก่ ชาขาว, ชาเขียว, ชาอู่หลง, ชาดำ และชาอื่น ๆ มีกรรมวิธีผลิตที่แตกต่างกัน ชาเขียวมัทฉะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประโยชน์จากชาในรูปแบบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น